เผยบ้าน ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ ทายาทตลาดดัง รอแต่งรัก 3 ปี

Author:

พระเอกหนุ่ม เผยมุมชีวิตสุดราม่า เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ที่กำลังมีผลงาน ละครดัง วิมานจอเงิu ครอบครัวล้ม ละลๅย 400 ล. ต้องขายรถเกือบหมดบ้าน

เป็นทายาทเจ้าของตลาดรังสิต? เจษ : ผมขออธิบายก่อน เราไม่ได้เป็นคุณหนูเลยครับ หมายถึงว่าทั้งการทำตัวเราด้วย แล้วก็ที่บ้านด้วย จริงๆครอบครัวผมเป็นแค่

ส่วนหนึ่งของตลาดรังสิตครับ ไม่ได้มีส่วนไปช่วยเหลือธุรกิจที่บ้านเลยครับ เพราะว่า พ่อให้เลือกว่าจะทำอะไรในชีวิต ตอนเรียนจบ ก็เลยเลือกที่จะทำงานตรงนี้

พอมีโอกาสได้ลองทำ ก็เลยชอบ แล้วก็ผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบยอมแพ้อะไร คือทำอะไรต้องทำให้สุดทำให้ดีที่สุดอะไรประมาณนี้ พอรู้สึกว่าทำไม่ได้ ก็จะต้องทำให้ได้

ครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์วิกฤต? วิกฤตปี 40 ครับ เมื่อก่อนพ่อผมก็จบเมืองนอกมาเหมือนกัน แล้วพ่อผมก็กลับมาทำธุรกิจส่วนตัว เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์

ทำพวกหมู่บ้านจัดสรรเพราะพ่อผมเป็นวิศวกร ตอนนั้นมีเงิuเยอะมากๆ แล้ววันหนึ่งคุณพ่อไปยืมเงิuเพื่อทำโครงการนึง แล้วโครงการยังไม่เสร็จ แล้วมันล่ม เราก็เลย

ไม่มีเงิuที่จะทำ process โครงการให้มันแล้วเสร็จไปต่อได้ ก็เลยติดหนี้แล้วก็ล้ม ละลๅย ซึ่งปีนั้นก็ล้มกันเป็นโดมิโนเลย แล้วชีวิตเราเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?

เจษ : ผมนับถือพ่อผมมากเลย ชีวิตผมไม่เปลี่ยนเลยครับ คือที่บ้านเมื่อก่อนรวยมาก ที่บ้านจะมีรถ volvo หลายคัน แต่ตอนนี้ไม่ได้รวยขนาดนั้น ตอนนั้นเราไม่รู้

พ่อแม่ปิดไว้ เด็กๆก็ไม่รู้สึก เราก็แค่แบบเออรถมันหายไปแค่นั้น แต่ก็ยังมีรถมารับเราอยู่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ที่รู้สึกได้คืออารมณ์ของพ่อแม่เหมือนจะหงุดหงิดง่าย

ขึ้นอะไรแบบนี้ ตอนนี้พ่อก็ยังไม่บอกผมนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่รู้ความจริงคือผมไปถามเขา เพราะว่าผมเรียน Finance ต้องเรียนเกี่ยวกับวิกฤตปี 40 และเขาก็

บอกว่าเขาเจออะไรมา ก็เล่าอย่างละเอียดเลยครับว่าเจอมายังไง แต่ว่าพ่อจะไม่ได้เล่ามุมดราม่านะ แม่จะเป็นคนเล่าให้ฟังตอนหลังมากกว่า

ตอนนั้นก็น่าจะโดนไป 400 ล้านบ. สำหรับตัวผมมันเหมือนเดิมมาตลอดครับ แต่ว่าถ้าสำหรับเขา ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นจากวัตถุจากสิ่งของต่างๆนานา

พวกรถ ของใช้ในบ้านอะไรแบบนี้ ก็ค่อยๆเปลี่ยน ค่อยๆดีขึ้น ที่เรารับรู้ได้ น่าจะประมาณตอนผม ม.ปลาย เพราะช่วงที่เกิดวิกฤตผมเพิ่งอยู่ตอนประถมเอง

พ่อแม่สำคัญที่สุดเลยครับ ทุกวันนี้ก็ทำเพื่อครอบครัวอยู่ ปัจจุบันนี้ผมจะคิดถึงตัวเองน้อยมาก ผมรู้สึกว่าผมคิดถึงแค่ตัวเองมันไปได้นิดเดียว ผมจะทำไปทำไม

ผมก็ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ว่าถ้าเพื่อเขา ให้เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเราประสบความสำเร็จ อันนั้นตัวเราจะหนัก แต่เราจะผลักตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

Leave a Reply

Your email address will not be published.