@..”เผยพฤติกรรม ‘พิ้งกี้ สาวิกา’ หลังปรับตัวได้”

Author:

รวมกันมีความเสียหายทั้งสิ้น 2,489,820,321.52 บาท หลังจากที่ศาล ไม่ให้ประกันตัวและส่งตัวไปคุมที่หญิงกลาง

ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 11 วันที่ดาราสาวและพวกอยู่ในเรือนจำ ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.2565)

“นายอายุตม์ สินธพพันธุ์” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า พิ้งกี้อยู่เรือนจำรวมกับแม่และสมาชิกผู้ต้องหา

ที่เป็นผู้หญิงร่วม10 ราย ปรับตัวได้ ตามรายงานไม่มีอาการเครียด กิจกรรมที่ทำคือสวดมนต์ ออกกำลังกายโยคะและดูสาระคดี

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ตามที่เรือนจำจัดให้ รวมถึงมีนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาอยู่ภายในด้วย พิ้งกี้ยังอยู่แดนกันชนถึงวันที่ 30 ส.ค.นี้ ตอนนี้ยังไม่มีการตัดผมพิ้งกี้ตามข่าว

ที่ออกไปทำให้เกิดความสับสน ยืนยันหลังวันที่ 30 ส.ค.นี้ พิ้งกี้และทุกคนต้องตัดผมประบ่าตามกฏราชฑัณฑ์และเพื่อความสะอาด สะดวกการใช้ชีวิต

เนื่องจากข้างในไม่มีไดร์เป่าผม หลังพ้นแดนกันชน พิ้งกี้และแม่จะเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป สามารถให้ญาติเข้าเยี่ยมและพบปะทนายความได้

แต่จำกัดรายชื่อเพียง10 รายตามที่พิ้งกี้แจ้งไว้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ผู้จัดการส่วนตัวพิ้งกี้ซื้ออาหารมาเยี่ยม สำหรับพิ้งกี้จัดเป็นผู้
ต้องหาระหว่างรอพิจารณา

ส่วนระยะเวลาหรือสิทธิการประกันนั้นราชทัณฑ์ไม่สามารถก้าวก่ายได้ ยกให้เป็นดุลยพินิจศาล สำหรับโดยทั่วไปไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้

นักแสดงรุ่นใหญ่ “ตั๊ก มยุรา” เข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ใต์โพสต์ในอินสตาแกรมของ “กวาง ฟ้ารุ่ง” เพื่อนสนิทของพิ้งกี้ ว่า

“ถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมน้องอีก ฝากบอกว่าพี่ตั๊กเป็นกำลังใจให้น้องและคุณแม่ ขอให้สู้ คนเราเกิดมาคงไม่มีใครอยากทำผิดนะ” ล่าสุด “ตั๊ก มยุรา” ได้เปิดใจว่า

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​“จริงๆก็สงสารเขานะ แต่เรื่องผิดก็คือเรื่องผิด เพียงแต่รู้สึกว่าเขาเป็นน้องเหมือนกัน น้องๆที่เล่นละคร เราก็รู้สึกว่าเขาเป็นน้อง พอมันเกิดเรื่อง เราก็แยกเรื่องที่ว่าเขาไปทำอะไรไว้

เราก็เลยรู้สึกว่าอยากจะให้กำลังใจเขา เพราะมันเปลี่ยนทันที เขาคงจะรับไม่ได้ เลยอยากให้กำลังใจ ถามว่าห่วงมั้ย ก็ห่วง สงสารแล้วก็เห็นใจ แต่ถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด” “เชื่อมั้ยว่าพี่ไม่ได้สนิทกับเขาเลย แต่พี่เป็นคนที่คนในวงการพี่รักทุกคน

ไม่เคยไม่ชอบใคร ใครในวงการเป็นอะไรก็ตามพี่จะรู้สึกเสียใจไปด้วย แล้วเขาจะอยู่อย่างไร แต่เราต้องตัดให้ได้นะ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรผิดก็ต้องว่าไปตามผิด พี่ไม่เคยร่วมงานกับเขา แต่เห็นใจเขา เพราะเขาเป็นน้องในวงการ”..

Leave a Reply

Your email address will not be published.